5.2-family

ระวัง! ผลจากการใช้ยาคุมเป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงถึง 4 โรคร้าย

ยาคุมกำเนิด… สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ กลับย่อมเพิ่มสูงขึ้นได้ และโรคเหล่านี้ก็คือโรคร้ายที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน มาติดตามกันเลยนะคะว่ามีโรคอะไรและร้ายแรงอย่างไรบ้าง

1.โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้หญิงที่มีการใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันขึ้นได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบสูบบุหรี่หรืออายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปด้วยแล้ว ความเสี่ยงจะยิ่งมีสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยได้ใช้หรือใช้น้อยกว่า เพราะอาการหลอดเลือดอุดตันนี่เองค่ะที่เป็นต้นตอสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ดังนั้น ในระหว่างการใช้ยาคุมกำเนิดจึงควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีอาการแปลกๆ เช่น เจ็บหน้าอก หน้ามืด ปวดศีรษะเป็นประจำ ไอเป็นเลือดหรือหากรู้สึกว่าเริ่มพูดจาไม่ชัด แนะนำให้หยุดยาแล้วรีบพบแพทย์จะดีที่สุด เพราะนั่นคือสัญญาณอันตรายของอาการโรคหลอดเลือดอุดตันนั่นเอง

5.1-contraceptive-pills

2.โรคต้อหิน

โรคต้อหินนับเป็นโรคที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อดวงตามากทีเดียว เพราะอาจส่งผลให้ตาบอดได้ โดยเฉพาะการรับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันนานก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดต้อหินขึ้นได้ จากข้อมูลดังกล่าวเราสามารถยืนยันได้จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แห่งเมืองซานฟรานซิสโกและมหาวิทยาลัยดุ๊กที่พบว่า จากการสอบถามผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเป็นจำนวน 3,046 คน เกี่ยวกับสุขภาพในด้านของการมองเห็นและการใช้ยาคุมกำเนิดพบว่า ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไปมักมีความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อหินมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้หรือใช้น้อยกว่า พร้อมกันนี้ ทางด้านนักวิจัยก็ได้ให้การสันนิษฐานอีกด้วยว่าสาเหตุอาจจะมากจากการที่ร่างกายได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากยาคุมมากกว่าปกติ แต่อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงดังกล่าวก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและผลการศึกษานี้ก็ยังต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมให้ได้ข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไป

5.2-family

3.เนื้องอกในสมอง

สมองของคนเรามีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นอวัยวะในส่วนที่ควบคุมและออกคำสั่งในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แต่หากสมองมีภาวะผิดปกติขึ้นมาก็ถือว่ามันส่งสัญญาณแย่ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ให้พลอยแย่ตามไม่น้อย และการใช้ยาคุมกำเนิดก็มีผลกระทบต่อสมองเช่นเดียวกัน โดยวารสารทางการแพทย์อย่าง British Medical Journal of Clinical Pharmacology ได้ทำการตีพิมพ์บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้องอกขึ้นในสมองและยาคุมกำเนิด ซึ่งผลจากการศึกษาได้ค้นพบว่าผู้หญิงที่อยู่ในวัย 15 – 49 ปีที่ใช้ยาคุมกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ล้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกขึ้นที่สมองในชนิด Giloma ได้ทั้งสิ้น และนี่ก็เป็นชนิดที่หายากอีกด้วย ซึ่งความเสี่ยงนั้นยังสูงกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยใช้ยา ไม่เพียงเท่านั้น มันยังเพิ่มความเสี่ยงสูงที่ก้อนเนื้องอกในสมองจะกลายมาเป็นโรคมะเร็งได้ในที่สุด

4.โรคกระดูกพรุน

แม้ว่าการทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ แต่หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ย่อมส่งผลกระทบมายังมวลกระดูกได้เช่นเดียวกัน ยิ่งกับผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปจนถึงวัยหมดประจำเดือนด้วยแล้ว ล้วนมีความเสี่ยงในการสูญเสียมวลกระดูกได้สูงกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยได้ใช้ยาคุม แต่ทั้งนี้ ก็ยังสามารถป้องกันไม่ให้สูญเสียมวลกระดูกไปมากขึ้นได้ด้วยการรับประทานอาหารที่ให้วิตามินดีและแคลเซียมสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารดังกล่าวเข้าไปเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงเพียงพอนั่นเอง

สนใจเรื่องกระดูกต่อที่นี้ได้ http://hangup180.com/

จะเห็นได้ว่าโทษจากการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานก็มีไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้น ควรหันมาลดการใช้ยาคุม แล้วหันไปป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยบ้างก็ดีเหมือนกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานน้อยลง

4.1-bathing-beauty

อาหารปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง เติมเต็มความสาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ผู้หญิงเราการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นอกจากเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและทำให้ผิวสวยสดใสดีแล้ว รู้มั้ยคะว่ายังมีอาหารบางชนิดที่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงที่ร่างกายของผู้หญิงจำเป็นต้องการได้รับเช่นกัน เพราะฮอร์โมนดังกล่าวเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่จะช่วยปรับสมดุลในระบบการทำงานของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความสาว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของมดลูก หน้าอกและผิวพรรณ รวมถึงการมีประจำเดือน ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำ 5 อาหารที่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงมาแนะนำกัน สาวๆ รู้แล้วต้องหามาทานกันโดยด่วน เพื่อเติมเต็มความสาวและความสวยให้คงอยู่ยาวนานตลอดไป

4.1-bathing-beauty

1.น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่เติมเต็มความสาวให้ผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบแท้จริง เพราะมีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง โดยมีส่วนในการเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน บำรุงผิวให้เต่งตึง ยืดหยุ่น กระชับขึ้น และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ไม่เพียงเท่านั้น ในน้ำมะพร้าวยังเปรียบเสมือนเครื่องดื่มดีท็อกซ์สารพิษชั้นเยี่ยม เพราะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ช่วยขับล้างสารพิษหรือของเสียออกไปจากร่างกาย จึงส่งผลให้ผิวพรรณสะอาดผุดผ่อง และยังช่วยปรับการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบปกติมากขึ้น

2.น้ำเต้าหู้

โดยปกติ เต้าหู้และถั่วเหลืองก็เป็นอาหารที่ให้เอสโตรเจนดีอยู่แล้ว แต่สำหรับน้ำเต้าหู้นั้นก็ถือเป็นแหล่งของไฟโตเอสโตรเจนไม่น้อยเช่นกัน และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ไฟโตเอสโตรเจนนั้นยังพ่วงมาในรูปแบบของเหลว เมื่อดื่มเข้าไปก็จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและดึงเอาฮอร์โมนเอสโตรเจนไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

4.2-milk

3.ลูกพรุน

ผลไม้เด็ดอย่างลูกพรุนก็อุดมไปด้วยไฟโตเอสโตรเจนเช่นกัน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับฮอร์โมนเพศหญิงมากพอสมควร นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่จะช่วยในการขับถ่าย ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลและช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ากลุ่มผลไม้รสเปรี้ยว อย่างผลไม้ตระกูลเบอร์รีจะมีผลช่วยเติมเต็มความสาวให้ผู้หญิงได้ดีเหมือนกัน เนื่องจากผลไม้ตระกูลเบอร์รีมีสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) โดยมีผลการศึกษาจาก Experimental and Therapeutic Medicine พบว่าสารเรสเวอราทรอลนั้นจะมีหน้าที่คล้ายกันกับฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีที่จะช่วยบำรุงผิวให้สวยเปล่งปลั่งสดใสจากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญยังไม่ทำลายหุ่นสาวๆ ให้อ้วนอีกด้วย

4.3-fruit

5.เมล็ดแฟลกซ์

หลายคนคุ้นเคยเมล็ดแฟลกซ์ในนามซุปเปอร์ฟู้ดส์ชั้นเยี่ยมแห่งปีมาแล้ว สำหรับเมล็ดแฟลกซ์เปี่ยมด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่น้อยเช่นกัน ฮอร์โมนดังกล่าวจะช่วยให้สุขภาพของความเป็นหญิงสาวเป็นไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลของการทำงานในระบบย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้และยังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักอย่างได้ผลดีเยี่ยมด้วยค่ะ

6.เมล็ดงา

เมล็ดงาเล็กๆ กลับมีโฟโตเอสโตรเจนสูงมากทีเดียว โดยสารดังกล่าวจัดอยู่ในรูปของสารลิกแนน ซึ่งเป็นโฟโตเอสโตเจนชนิดหนึ่ง การทำงานของมันจะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้แล้ว งายังเป็นแล่งของไฟเบอร์สูง มีทั้งแร่ธาตุต่างๆ อีกหลายชนิด โดยเฉพาะเหล็กและแมกนีเซียมที่นับว่าเป็นสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพผู้หญิงอย่างแท้จริงเลยทีเดียว

หากหมั่นรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ ปัญหาทั้งประจำเดือนผิดปกติหรือการมีผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งผ่องใส รับรองจะหมดไปอย่างแน่นอน ยังไงแล้วหันมาปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงจากอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้กันบ้าง ดีกว่าการหันไปใช้ยาคุมที่ก่อให้เกิดโทษตามมาจะดีกว่าเนอะ

3.1-exercise

เวทเทรนนิ่งกับ 3 คุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณไม่ควรพลาด !

การออกกำลังกายทุกประเภทล้วนส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว แต่สาวๆ รู้มั้ยคะว่ายังมีการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และกระตุ้นการเผาผลาญได้อย่างยาวนาน ที่สำคัญมันทำให้รูปร่างของคุณสวยเพรียวได้เป็นอย่างดีนั่นเอง มาดูกันค่ะว่าประโยชน์จากการเล่นเวทเทรนนิ่งส่งผลดีอย่างไรบ้าง p

1.ช่วยในการเผาผลาญได้ยาวนานกว่า

โดยปกติแล้ว การออกกำลังกายทุกประเภทจะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ดีอยู่แล้ว แต่การเล่นเวทเทรนนิ่งนับว่าให้ผลในด้านของการเผาผลาญดีมากกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ ได้ดียิ่งกว่า ทั้งนี้ก็เนื่องจากการร่างกายคนเรายังคงต้องการพลังงานหลังจากออกกำลังกายเพื่อมาซ่อมแซม และทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงต่อ ร่างกายจึงจะต้องใช้พลังงานมาเผาผลาญอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น ซึ่งการเล่นเวทเทรนนิ่งนี่เองค่ะที่จะช่วยเร่งการเผาผลาญให้สามารถทำงานต่อเนื่องในหลังจากออกกำลังกายได้ยาวนานถึง 39 ชั่วโมง นับว่าได้ผลดีเกินคาดหากเทียบกับการออกกำลังกายรูปแบบอื่นๆ ที่เมื่อเราหยุดออก การเผาผลาญก็จะหยุดลงแต่เพียงแค่นั้นเช่นกัน

3.2-dumbbells

2.ช่วยเยียวยาอาการของโรคซึมเศร้า

การที่มีรูปร่างไม่กระชับสวยสมส่วนย่อมเป็นที่มาของการขาดความมั่นใจในตัวเองและนี่ก็คือ หนึ่งในอาการของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งมีการศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย Harvard พบว่าผู้ที่เล่นเวทเทรนนิ่งจะสามารถรักษาอาการของโรคซึมเศร้าลงได้ เพราะเวทจะทำให้รูปร่างเกิดความกระชับ จึงเสริมทั้งบุคลิกภาพและทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น และเมื่อคุณมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น อาการของโรคดังกล่าวก็จะได้รับการเยียวยาให้บรรเทาลงได้ด้วยนั่นเอง

3.1-exercise

3.เสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

มีผลการศึกษาของทางมหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้เปิดเผยให้ทราบว่าการออกกำลังกายในรูปแบบเวทเทรนนิ่งจะสามารถช่วยลดความดันโลหิตตัวล่างได้ถึง 8 จุด และนั่นก็นับว่าเพียงพอมากทีเดียวที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้กว่า 40% อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคหัวใจวายได้ 15% ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น การออกกำลังกายด้วยการเล่นเวทเทรนนิ่งเป็นประจำยังช่วยสร้างความแข็งแรงให้เกิดขึ้นต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลให้ระบบการทำงานของหัวใจสามารถสูบฉีดเลือดได้ดียิ่งขึ้น สุขภาพหัวใจของเราก็จะแข็งแรงขึ้นได้อย่างง่ายๆ นั่นเอง

เห็นกันหรือยังคะว่าประโยชน์ของเวทเทรนนิ่งนั้นมีไม่น้อยเลยทีเดียว หากอยากให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวและมีรูปร่างเพรียวกระชับในตัว เล่นเวทเป็นประจำนี่แหละเจ๋งเลย!

4.2-milk

2.2-meditation

3 วิธีออกกำลังกายเพื่อหุ่นสวยง่ายๆ สลายไขมันหน้าท้องได้เริด!

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนยังคงมีความกังวลกับน้ำหนักส่วนเกิน และโดยเฉพาะปัญหาหน้าท้องที่อยากจะกำจัดออกไปให้สิ้นซากโดยเร็ว ถ้าเช่นนัน เราขอแนะนำกับ 3 วิธีออกกำลังกายง่ายๆ ทำแล้วจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยสลายไขมันหน้าท้องและทำให้หุ่นสวยกระชับขึ้นแบบโดยรวมได้ด้วย เรามาดูกันดีกว่านะคะว่า 3 วิธีออกกำลังกายง่ายๆ เหล่านั้นมีอะไรบ้าง p

1.วิ่งจ๊อกกิ้งหรือเดิน

การเดินหรือวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะเป็นเวลาอย่างน้อย 30 – 40 นาที โดยทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง มันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี นอกจากไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่จะสลายไปแล้ว ไขมันหน้าท้องยังยุบลงได้ด้วย เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือแม้แต่การเดินง่ายๆ ก็ถือเป็นวิธีออกกำลังกายที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ ให้ยุ่งยากวุ่นวาย แต่กลับได้สุขภาพดีและหุ่นสวยมาเป็นของรางวัลให้ภูมิใจแล้วค่ะ

2.1 runner-training-fit-athlete

2.โยคะ

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบเล่นคาร์ดิโอหรือออกกำลังกายแบบหนักหน่วง และแม้ว่าโยคะจะเป็นการยืดเส้นยืดสายเบาๆ ก็ตาม ทว่ามันกลับช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และยังช่วยจัดเรียงกล้ามเนื้อให้สวยงาม ไม่เพียงเท่านั้น การฝึกโยคะเป็นประจำยังช่วยเสริมสร้างสมาธิและช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี สาวๆ คนไหนที่อยากให้รูปร่างสวยเพรียว กระชับมากขึ้น หันมาเล่นโยคะเป็นประจำสิคะ ได้ผลแน่นอน

3.เต้นระบำหน้าท้อง

การเต้นที่มาพร้อมจังหวะสนุกมันส์ๆ แบบทั่วไปถือว่าช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ผลดีแล้ว แต่การเต้นระบำหน้าท้องก็นับว่าจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันหน้าท้อง และทำให้รอบเอวเล็กลงอย่างได้สัดส่วนสวยงามง่ายขึ้นอีกด้วย ลองหันมาระบำหน้าท้องกันบ่อยๆ รับรองค่ะว่าการเต้นประเภทนี้จะช่วยให้คุณส่ายเอวพลิ้วสวยตามท่วงทำนองจังหวะเพลงได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยง ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความเครียด นอกจากทำให้หุ่นดีในแบบง่ายๆ แล้ว สุขภาพจิตก็ยังดีตาม แล้วแบบนี้จะพลาดการเต้นระบำหน้าท้องบ้างคงไม่ได้ซะแล้ว

อยากมีหุ่นสวยมาพร้อมหน้าท้องแบนราบเซ็กซี่ เรามาเนรมิตกันด้วยวิธีออกกำลังกายง่ายๆ เหล่านี้ไปพร้อมกันเลยดีกว่า แล้วคุณจะพบว่าการออกกำลังกายแบบไม่ต้องหักโหมจนเหนื่อยเกินไปก็ทำให้สุขภาพแข็งแรง กระตุ้นการเบิร์นแคลอรี่และมีหน้าท้องสุดเซ็กซี่ได้อย่างใจง่ายๆ แล้ว

1 aloe-vera

4 ประโยชน์จากว่านหางจระเข้ บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดีเยี่ยม

1 aloe-vera

 

ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณมากมาย ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณอย่างมาก ใครอยากรู้ว่าประโยชน์จากว่านหางจระเข้มีดีต่อสุขภาพอย่างไร รีบมาติดตามไปพร้อมๆ กันเลย

1.ปลอบประโลมอาการผิวไหม้แดด

ให้นำใบสดของว่านหางจระเข้มาผสมกับโลชั่นกันแดดจากนั้นทาผิวก่อนออกแดดก็จะยิ่งช่วยเพิ่มอานุภาพการป้องกันแสงแดดให้มากขึ้นได้ แต่หากผิวของคุณมีอาการไหม้แดดกลับมา ให้นำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างสะอาดแล้วมาทาลงบนผิวที่มีอาการระคายเคืองหรืออาจจะทาด้วยเจลว่านหางจระเข้แทนก็ได้เหมือนกันค่ะ

2.บรรเทาผิวไหม้จากการฉายรังสี

ผู้ป่วยที่ต้องฉายรังสีย่อมมีอาการผิวไหม้ แสบปวด แสบร้อนตามมาเสมอ แนะนำให้ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างสะอาดมาประคบลงบนรอยที่ผ่านการทำคีโมมา อาการของผิวก็จะฟื้นคืนสภาพดีขึ้นภายในเวลารวดเร็ว

3.บรรเทาอาการปวดศีรษะ

ตัดใบสดของว่านหางจระเข้จากนั้นนำปูนแดงมาทาลงไปบริเวณเนื้อวุ้น แล้วนำในส่วนที่ทาปูนมาประคบบริเวณที่มีอาการปวด เช่น ตามขมับหรือท้ายทอยก็จะช่วยบรรเทาให้อาการศีรษะดีขึ้นได้

4.บรรเทาอาการปวดฟัน

ตัดใบว่านหางจระเข้แล้วมาปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นหั่นให้เป็นแท่งเล็กๆ โดยมีขนาดประมาณ 2 – 3 เซ็นติเมตรจากนั้นนำมาเหน็บตามบริเวณซอกฟันตรงจุดที่มีอาการปวด ทำแบบนี้ประมาณ 30 นาที อาการปวดฟันจะค่อยๆ ทุเลาขึ้น

อาการเจ็บปวดต่างๆ ภายในร่างกายสามารถรักษาหรือบรรเทาให้หายได้ง่ายๆ ด้วยว่านหางจระเข้ เห็นประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้กันแล้ว จากนี้ก็อย่าลืมนำมาใช้บำบัดอาการเจ็บป่วยกันนะคะ

การรักษาสิวด้วยว่านหางจระเข้ดีมาก http://pantip.com/topic/30563566